วัดถ้ำม้าร้อง จุดเช็คอินแห่งใหม่ที่พลาดไม่ได้ของอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วัดถ้ำม้าร้อง จุดเช็คอินแห่งใหม่ที่พลาดไม่ได้ของอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วัดถ้ำม้าร้อง เป็นสถานที่หนึ่งที่สำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน ซึ่งมีความสวยงามของหินงอกหินย้อย และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ นั่นก็คือ ถ้ำน้ำทิพย์ มีบ่อน้ำทิพย์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกนำไปใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ นอกจากนี้ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม มีพระพุทธรูปปางสมาธิเรียงรายตลอดแนวของถ้ำ อีกทั้งยังทีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ให้นักท่องเที่ยวได้กราบสักการะกันอีกด้วย สำหรับจุดเด่นของ วัดถ้ำม้าร้อง ก็จะเป็นหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนกับหัวม้า ซึ่งเป็นที่ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้ำม้าร้องนี้ก็ยังมีที่มาที่ไปคือ เมื่อก่อนนั้นเจ้าพระยาบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี)ได้ยกทัพมาพักภายในถ้ำแห่งนี้  แล้วม้าของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเกิดหายไป จึงได้ให้ทหารออกไปตามหาแต่ไม่มีวี่แววว่าจะพบ แต่ยังคงมีเสียงม้าร้องอยู่แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ และนี่คือเหตุผลที่ต้องชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า ถ้ำม้าร้องนั่นเอง จุดเด่นของ วัดถ้ำม้าร้อง ก็จะเป็นหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนกับหัวม้า การเดินทางมายังวัดถ้ำม้าร้องสามารถขับรถส่วนตัวเข้าไปได้เลย ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเพียงแค่ 3 กิโลเมตรเท่านั้น แต่เมื่อถึงวัดแล้วจะต้องขับช้า ๆ หน่อยนะ เพราะทางขึ้นไปยังถ้ำนั้นค่อนข้างจะขรุขระเพราะเป็นถนนลูกรัง แต่ก็ไม่ไกลเท่าไหร่จากตัววัดก็ประมาณ 700 เมตรเท่านั้น ซึ่งถ้าเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ปากทางเข้าก็แสดงว่าทุกคนได้เดินทางมาถึงจุดหมายแล้วล่ะ และนี่ก็คือวัดถ้ำม้าร้องที่อยากจะเชิญชวนทุกท่านให้เข้ามาชมบรรยากาศภายในถ้ำ ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่ควรมาสักครั้ง เพราะบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีน้ำขังอยู่ตลอดทั้งปีนั้นเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก ๆ นะ หากใครได้มาเที่ยวก็จะถือเป็นสิริมงคลกับชีวิตตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นอย่าพลาดหากได้ลงมาเที่ยวทางภาคใต้ก็แวะกันก่อนได้ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นี้เอง

การท่องเที่ยว ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19

การท่องเที่ยว ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19

อย่างที่ใครหลายคนทราบกันดีว่าธุรกิจ การท่องเที่ยว ของประเทศเราได้รับผลกระทบจากโควิด 19 อย่างมากมายมหาศาลเพราะเศรษฐกิจบ้านเราส่วนใหญ่ก็มาจากธุรกิจ การท่องเที่ยว จากคนในและนอกประเทศของเรา ทั้งนี้เมื่อการท่องเที่ยวต้องหยุดชะงักเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวธุรกิจการท่องเที่ยว ที่สำคัญพฤติกรรมในการท่องเที่ยวของคนเราก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน จากปี 2020 ที่ผ่านมาคนไทยท่องเที่ยวแบบใดกันมากขึ้นนะ 3 พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19 1. แพลนเที่ยวต่างประเทศน้อยลงและหันมาท่องเที่ยวในประเทศ – พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19 เนื่องจากการท่องเที่ยวต่างประเทศต้องผ่านมาตรการที่เข้มงวดแถมยังต้องกักตัวร่วม 14 วัน ทำให้หลายคนยกเลิกแพลนการท่องเที่ยวต่างประเทศและหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นกว่าเดิม หลายคนที่มักจะเลือกท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงวันหยุดยาวก็เปลี่ยนมาท่องเที่ยวในประเทศแทนนั่นเอง ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในไทยคึกคักด้วยคนไทยกันเองมากขึ้นแม้จะไม่มีนักท่องทเยวต่างชาติแล้ว 2. เที่ยวใกล้กรุงเทพมากกว่าเที่ยวจังหวัดที่ต้องเดินทางไกล – พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19 เนื่องจากจังหวัดที่เคยที่นักท่องเที่ยวเยอะหรือมีผู้คนพลุกพล่านมีโอกาสที่จะเกิดการแพร่ระบาดขงเชื้อโรคมาก ผู้คนเยเลือกที่จะท่องเที่ยวจังหวัดที่ดังน้อยกว่า ที่สำคัญคือสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ง่ายและอยู่ใกล้กรุงเทพ เช่นจังหวัดกาญจนบุรีและประจวบคีรีขันธ์ แทนการไปเที่ยวที่ ภูเก็ต หรือกระบี่ ทำให้เห็นกันอย่างชัดเจนว่าสถานที่ท่องเที่ยวในภาคใต้ของเราค่อนข้างมีนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลายโรงแรมก็เจอวิกฤติครั้งสำคัญเลยล่ะ 3. เลือกที่จะท่องเที่ยวตามแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดกว้างมากกว่าอยู่ในที่แคบ – พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19 เนื่องจากทุกคนทราบแล้วว่าโควิดสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ ดังนั้นการที่เราอยู่ในที่ปิดจะยิ่งเป็นอันตราย ผู้คนเลยเลือกเดินทางท่องเที่ยวตาม สถานที่ท่องเที่ยว ตาธรรมชาติกันมากขึ้น หรือสถานที่ที่เปิดโล่ง รองลงมาคือร้ายอาหารซึ่งต้องบอกว่าคงยากที่จะไม่ให้ผู้คนไปร้ายอาหารจึงยังคงอยู่ในอันดับสูงในการใช้บริการ ทว่าการเดินห้างหรือร้านค้าต่าง ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะเนื่องจากมีทางเลือกในการซื้อของผ่านทางออนไลน์ได้แล้วนั่นเอง […]

ท่องเที่ยวในไทย กับ 4 จังหวัดในไทย เที่ยวได้ทั้งปี ไม่มีเบื่อแน่นอน จะมีจังหวัดอะไรบ้างไปดูกัน

ท่องเที่ยวในไทย กับ 4 จังหวัดในไทย เที่ยวได้ทั้งปี ไม่มีเบื่อแน่นอน จะมีจังหวัดอะไรบ้างไปดูกัน

ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังทยอยฟื้นตัว เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวหลายแหล่งต่างก็ต้องประสบกับปัญหาอย่างหนัก ทุกภาคส่วนจึงช่วยการกระตุ้นรณรงค์ให้คนไทยออกไปเที่ยว โดยใช้วิธีแบบไทยช่วยไทย กระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้สามารถก้าวไปต่อได้ และถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการ ท่องเที่ยวในไทย แต่ไม่สะดวกที่จะไปในช่วงเทศกาล เพราะอาจติดภารกิจหน้าที่ ทำให้มีวันหยุดไม่ตรงกับคนอื่นมากนัก ก็สามารถเที่ยวได้ไม่ต้องกังวล 4 จังหวัดในไทย ที่คุณสามารถไปเที่ยวได้ทั้งปี มีดังนี้                1. เชียงใหม่                เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ที่ต้องอยู่ในลิสต์ของจังหวัดที่ทุกคนอยากมาเที่ยวอย่างแน่นอน เชียงใหม่ไม่ได้มีดีแค่ช่วงฤดูหนาว หรือในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งในตัวเมืองที่มีคาเฟ่ให้เซลฟี่ถ่ายรูปแทบทุกมุมเมือง ห้างสรรพสินค้ารวมไปถึงสถานบันเทิงต่างๆ แทบไม่ต่างจากกรุงเทพฯ เลย หรือสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก อุทยานพฤกษาศาสตร์ หรือวัดวาอารามเกจิอาจารย์ชื่อดังมากมาย รับรองว่าเที่ยวทั้งอาทิตย์อาจจะยังไม่ทั่วด้วยซ้ำไป รับรองว่าเที่ยวได้ทั้งปีแน่นอน                2. เลย                มองข้ามไม่ได้สำหรับจังหวัดเลย เพราะคุณสามารถได้มาชม และชิลกับบรรยากาศริมน้ำโขงจากเชียงคาน ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของคนท้องถิ่น แต่ถ้าหากอยากเที่ยวแบบสายลุย ต้องภูกระดึงซึ่งสามารถไปปีนเขาได้ทั้งปี แต่จะช่วงที่ดีที่สุดในเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ หรืออาจเดินสายทำบุญไหว้พระ ในจังหวัดก็ได้เช่นกัน                3. ประจวบคีรีขันธ์ ท่องเที่ยวในไทย กับ 4 จังหวัดที่ไปแล้วต้องฟิน      […]

เกาะทะลุ เที่ยวทะเล ชมปะการังสวยงาม หาดทรายขาวและน้ำใส

เกาะทะลุ เที่ยวทะเล ชมปะการังสวยงาม หาดทรายขาวและน้ำใส

วันนี้อยากจะมาชวนทุกคนที่สนใจจะล่องเรือไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ ให้มาลองท่องเที่ยวเกาะแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเกาะที่ว่านี้ก็คือ เกาะทะลุ นั่นเอง ซึ่งลักษณะของเกาะนี้จะมีความพิเศษตรงที่เกาะนี้มีช่องทะลุผ่านไปยังอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลเป็นระยะเวลานานหลายปี อีกทั้งที่นี่ยังมีปะการังสวยงามและปลาหลากหลายชนิดให้สามารถลงไปดำน้ำชื่นชมทัศนียภาพได้อีกด้วย                โดยลักษณะทั่วไปของ เกาะทะลุ นั้น ทางฝั่งตะวันออกจะเป็นฝั่งที่หันไปทางทะเล ซึ่งจะไม่มีที่พักหรือรีสอร์ทและหาดทรายให้เห็น แต่ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่จะต้องพักโรงแรมหรือรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ เพราะฝั่งนั้นจะมีหาดทรายสวยงามให้ได้พักผ่อนหย่อนใจ และสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะดำน้ำก็สามารถเช่าเรือจากฝั่งทำกิจกรรมกันได้ตรงบริเวณนั้นเลย ซึ่งสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยนะ แต่ถ้าจะให้ดีขอแนะนำให้มาเที่ยวช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมดีกว่า เพราะช่วงนั้นท้องฟ้าปลอดโปร่งจะถ่ายรูปได้สวยมากเลยล่ะ                นอกจากจะมีจุดท่องเที่ยวตรงเกาะทะลุแล้ว ใกล้ๆ ยังจะมีอ่าว 3 อ่าวที่น่าสนใจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอ่าวมุก ซึ่งมีขนาดเล็กและมีต้นมะพร้าวร่มรื่นและเงียบสงบ หรือจะเป็นอ่าวใหญ่ ซึ่งมีชายหาดที่ยาวที่สุดบนเกาะและอ่าวใหญ่นี้ยังมีชายหาดที่ขาวสะอาดและลงเล่นน้ำได้อีกด้วย ส่วนอ่าวเทียนนั้นจะมีขนาดเล็กสุด ซึ่งสามารถเดินมาจากอ่าวใหญ่ได้ แต่หาดของอ่าวเทียนนี้จะไม่มีที่พักนะ จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบความเป็นส่วนตัวเป็นที่สุด                เอาล่ะสำหรับใครที่อยากมาเที่ยวเกาะทะลุก็สามารถจองเรือที่จะนั่งไปยังเกาะทะลุได้ที่หาดแหลมสน ซึ่งจะใช้เวลาในการล่องเรือไปแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่ถ้าหากใครจะเดินทางออกจากหาดบางเบิดก็จะใช้เวลา 50 นาที หรือถ้าใครจะซื้อเป็นแพ็คเกจก็ได้นะ โดยแต่ละบริษัทจะมีราคาแตกต่างกันขึ้นอยู่กับทุกคนอยากจะได้แบบไหน จะพักค้างหรือไปเช้าเย็นกลับ จะดำน้ำหรือแค่ไปล่องเรือชมความสวยงาม ก็สามารถตกลงกับบริษัททัวร์ได้เลย