มัสยิดกรือเซะ มัสยิดร่วมสมัยกรุงศรีอยุธยา สถานที่หนึ่งที่เมื่อมาปัตตานีแล้วพลาดไม่ได้เลย

มัสยิดกรือเซะ มัสยิดร่วมสมัยกรุงศรีอยุธยา สถานที่หนึ่งที่เมื่อมาปัตตานีแล้วพลาดไม่ได้เลย

เมื่อพูดถึงการเที่ยวสถานที่ในภาคใต้ทุกคนก็จะเกิดความกลัวในเรื่องของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จนลืมไปว่าประเทศไทยโดยเฉพาะภาคใต้นั้นมีอารยธรรมมากมายที่น่าสนใจ อย่าง มัสยิดกรือเซะ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี หรือที่เรียกกันว่า มัสยิดปิตูกรือบัน เป็นมัสยิดที่มีความเก่าแก่ถึง 200 กว่าปีมาแล้ว ใครที่จะมาเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ง่ายๆ เพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีเพียงแค่ 6 กิโลเมตรเท่านั้น มัสยิดกรือเซะ จะมีรูปทรงที่สวยงามทั้งในส่วนของประตูที่มีความโค้งแหลมคล้ายๆ กับโกธิคของยุโรป มีช่องประตูหน้าต่างทั้งโค้งมน และโค้งแหลม ซึ่งถ้ามองดี ๆ จะเห็นว่าหลังคาของมัสยิดแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งนั่นก็คงเป็นเพราะความเชื่อในประวัติความเป็นมาที่ว่า เป็นคำสาปแช่งของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งเป็นน้องสาวของลิ้มโต๊ะเคี่ยม ที่สาปแช่งว่า ไม่ให้มีการสร้างมัสยิดนี้สำเร็จ เนื่องจากเสียใจที่พี่ชายไปกลับไปประเทศจีนด้วยกัน จึงได้สาปแช่งก่อนที่จะผูกคอตัวเองตายที่ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ จึงได้มีการฝังศพเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไว้ที่หน้ามัสยิดแห่งนี้ มัสยิดกรือเซะ จะมีรูปทรงที่สวยงามทั้งในส่วนของประตู ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้มัสยิดกรือเซะแห่งนี้กลายเป็นสถานที่นับถือและกราบไหว้ของชาวอิสลาม ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีใครที่จะเข้าไปสร้างมัสยิดนี้สำเร็จสักคน เพราะส่วนใหญ่เข้าไปสร้างจะเกิดอาเพสมีฟ้าผ่าทุกครั้งไป จึงได้คงไว้แบบนี้และกลายเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจและสถานที่ท่องเที่ยวมาจนถึงทุกวันนี้ ให้ลูกหลานได้มีสถานที่ประวัติศาสตร์ไว้ศึกษากัน และนี่ก็คือมัสยิดกรือเซะที่อยากจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมความงดงามที่จังหวัดปัตตานี รับรองว่าทุกคนจะต้องชอบบรรยากาศและปฏิมากรรมที่งดงามของที่แห่งนี้อย่างแน่นอน ถ้าหากใครที่จะมาท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารก็สามารถมาถึงที่นี่ได้เหมือนกัน หากทุกคนมาเที่ยวก็จะได้เห็นวัฒนธรรมของชาวปัตตานีด้วยนะ คนที่นี่น่ารักเป็นกันเอง แล้วจะลืมความหวาดกลัวต่าง ๆ ไปเลยล่ะ

ประเทศตุรกี เที่ยวประเทศเดียวเหมือนได้เยือนดินแดน 2 ทวีป

ประเทศตุรกี เที่ยวประเทศเดียวเหมือนได้เยือนดินแดน 2 ทวีป

เคยเห็นรูปบอลลูนนับร้อยที่ลอยอยู่บนฟ้าและพื้นดินเบื้องล่างเป็นเทือกเขาสลับกับท้องทุ่งไหมค่ะ นั่นแหละค่ะเป็นรูปภาพที่จุดแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวหลายคนออกเดินทางสู่เมืองคัปปาโดเกีย ประเทศตุรกี  อีกทั้ง ประเทศตุรกี ยังได้รับขนานนามว่าเป็นดินแดน 2 ทวีปอีกด้วย  เนื่องจากตุรกีเป็นประเทศเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ในทั้งทวีปเอเชียและทวีปยุโรปตรงบริเวณช่องแคบบอสฟอรัส  นอกจากนี้ประเทศตุรกียังเป็นแหล่งอารยธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนาน เช่น เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเมืองทรอยและม้าไม้ขนาดยักษ์  พร้อมจะออกเดินทางไปประเทศตุรกีกับเราหรือยังค่ะที่ สถานที่ท่องเที่ยว เริ่มต้นจากนครอิสตันบูลที่มีนักท่องเที่ยวบางคนเข้าใจผิดว่าเป็นเมืองหลวงของ ประเทศตุรกี  ไม่ใช่นะค่ะ  อังการาต่างหากที่เป็นเมืองหลวงของตุรกี  แต่อิสตันบูลเป็นเมืองขนาดใหญ่สุดของประเทศตุรกีและเป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญหลายแห่ง  หนึ่งในนั้นคือ มัสยิด สีน้ำเงิน  (Blue Mosque)  ที่มีสถาปัตยกรรมอันแสนงดงามอลังการเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรออตโตมัน  การเข้าไปชมมัสยิดสีน้ำเงินนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ฟรีแต่ควรเลือกเวลาที่ไม่ตรงกับเวลา  ละหมาดและจะต้องแต่งกายตามกฎระเบียบของมัสยิด คัปปาโดเกีย  (Cappadocia)  มีลักษณะภูมิประเทศที่แปลกตาเนื่องจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อหลายล้านปีก่อนทำให้ลาวาและเถ้าถ่านไหลกระจายไปทั่วพื้นที่บริเวณนี้จนเกิดการทับถมเป็นชั้นดินใหม่ และไฮไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้คือ การขึ้นบอลลูนยักษ์เพื่อชมวิวทัศนียภาพอันแปลกตาเหมือนดั่งคุณอยู่ในเมืองเทพนิยาย ดวงตาปีศาจ  (Evil Eye) ฟังชื่ออาจจะดูน่ากลัวสำหรับนักท่องเที่ยวหลายๆ คนนะค่ะ  แต่สำหรับชาวตุรกีดวงตาปีศาจที่มีอายุมากกว่า 5,000 ปีเป็นเครื่องรางที่ช่วยปกป้องคุณจากสิ่งชั่วร้ายและจากดวงตาปีศาจหรือดวงตาของบุคคลที่จ้องจะทำร้ายคุณ  ดวงตาปีศาจถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศตุรกีที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกลับมาเป็นของฝากหรือของที่ระลึก หากคุณมีโอกาสลองไปเที่ยวตุรกีดินแดน 2 ทวีปกันนะค่ะ และวันนี้แอดมีเว็บไซต์เกมดี ๆ ที่นำมาฝากคอกีฬาในวันนี้อีกด้วย เพราะเว็บไซต์ของเรามีเกมกีฬามากมายพร้อมให้เลือกเล่นและบริการตลอด 24 ชั่วโมงที่ gclub168